พี่น้องผู้ศรัทธาที่เคารพทั้งหลายครับ อัสสลามุอลัยกุมวะเราะห์มะตุลลอฮิวะบะเราะกาตุฮฺ
ในหลักการอีหม่านความเชื่อถือของศาสนาอิสลามนั้นมีประเด็นที่เกี่ยวกับบรรดาศ่อฮาบะฮฺ ที่เกี่ยวกับทัศนะของอะฮฺลุซซุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺที่เกี่ยวกับบรรดาสาวกของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ดังที่เป็นหลักอีหม่านหลักเชื่อมั่นอันมั่นคงที่บรรดาผู้ศรัทธาต้องตระหนักอย่างเข้มแข็งซึ่งเป็นเรื่องที่อัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้ระบุไว้ในอัลกุรอาน เป็นสิ่งที่เราต้องเชื่อมั่นและตระหนัก การที่เราต้องรัก ให้เกียรติ เคารพศ่อฮาบะฮฺ รู้ถึงบทบาท รู้ถึงความสำคัญของพวกท่าน รู้ถึงความยิ่งใหญ่ของพวกท่านในการที่พวกท่านนั้นได้ช่วยเหลือศาสนาอัลอิสลาม สนับสนุนอัลอิสลาม และเป็นบรรดาบรรพชนยุคแรกที่มีบทบาทสูงมากในการนำอิสลามไปสู่ประชาคมโลก จนกระทั่งอัลลอฮฺสุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงยกย่องสรรเสริญพวกท่านในอัลกุรอานในหลายซูเราะฮฺ โดยเฉพาะในซูเราะฮฺอัตเตาบะฮฺที่มีการระบุบรรดาสาวกของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กลุ่มที่มีบทบาทในประวัติของท่านนบี ดังที่มีอายะฮฺกล่าวว่า
وَالسَّابِقُونَ الْأَوَّلُونَ مِنَ الْمُهَاجِرِينَ وَالْأَنصَارِ وَالَّذِينَ اتَّبَعُوهُم بِإِحْسَانٍ رَّضِيَ اللَّهُ عَنْهُمْ وَرَضُوا عَنْهُ
ความว่า “และบรรดาบรรพชนยุคแรกในหมู่ผู้อพยพและในหมู่ผู้ให้ความช่วยเหลือ และบรรดาผู้ดำเนินตามพวกเขาด้วยการทำดีนั้น อัลลอฮฺทรงพอพระทัยในพวกเขาและพวกเขาก็พอใจในพระองค์ด้วย” (ส่วนหนึ่งของอายะฮฺที่ 100 ซูเราะฮฺอัตเตาบะฮฺ)
อัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้ระบุถึงบทบาทของบรรดาสาวกนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ซึ่งอัลลอฮฺได้ชี้ถึงการที่พวกเขาเหล่านั้นเป็นยุคแรกที่มีบทบาทในการช่วยเหลือศาสนาอิสลาม “อัซซาบิกูน” หมายถึงชนยุคแรก นั่นคือสะละฟุศซอลิหฺ คือบรรดาผู้ที่มาในยุคของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เป็นยุคแรกที่มีบทบาทในการสนับสนุนศาสนาอิสลาม ช่วยเหลือ ต่อสู้เพื่อให้คำดำรัสของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา สูงส่ง บรรดาบรรพชนยุคแรกจากบรรดามุฮาญิรีน (ผู้อพยพ) และอันศอร (ผู้ช่วยเหลือ) บรรดามุฮาญิรีนก็คือชาวมักกะฮฺที่ได้รับศาสนาอิสลามแต่ไม่สามารถอยู่ในนครมักกะฮฺได้จึงต้องอพยพไปอาศัยอยู่ในเมืองมะดีนะฮฺเพื่อเป็นการเตรียมที่จะประกาศอัลอิสลาม และต่อสู้ทำญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ส่วนชาวอันศอรก็คือบรรดาผู้ที่ช่วยเหลือท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในการเผยแผ่ศาสนาอิสลาม
และบรรดาผู้ที่ปฏิบัติตามบรรพชนยุคแรกในพฤติกรรม มารยาท จริยธรรม การปฏิบัติศาสนกิจ ทำอิบาดะฮฺ และในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับศาสนานั้นพวกเขาก็จะปฏิบัติตามบรรดาศ่อฮาบะฮฺสาวกของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม อย่างดี กลุ่มชนเหล่านั้นคือทั้งบรรดาบรรพชนยุคแรกและผู้ที่ปฏิบัติตามพวกเขา อัลลอฮฺทรงพอใจพวกเขา ทรงให้อภัยโทษให้ความเมตตา นั่นคือสิ่งที่ถูกระบุในอัลกุรอานให้เรามีความตระหนักอย่างหนักแน่น ไม่มีโอกาสที่มุสลิมหรือมุอ์มินจะสงสัยในบทบาทของบรรดาศ่อฮาบะฮฺ ไม่มีโอกาสที่จะเกลียดหรือโกรธกริ้วบรรดาศ่อฮาบะฮฺ หรือจะมีทัศนะที่จะมองถึงบรรดาศ่อฮาบะฮฺในทำนองดูถูกหรือหมิ่นประมาท หรือมองในทำนองว่าบรรดาศ่อฮาบะฮฺนั้นบกพร่องในการช่วยเหลือท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม หรือมองว่าบรรดาศ่อฮาบะฮฺนั้นเป็นผู้ที่ไม่เข้มแข็งในเรื่องอีหม่าน หรือบกพร่องในการสนับสนุนศาสนาอัลอิสลาม ซึ่งทัศนะเหล่านี้เป็นสิ่งที่คัดค้านกับหลักการอีหม่านโดยสิ้นเชิง
ศาสนาอิสลามได้ตั้งไว้เป็นบรรทัดฐานสำหรับบรรดาผู้ศรัทธาที่ต้องมีหลักเชื่อมั่นต่อบรรดาผู้ศรัทธาคนอื่นๆ การที่บรรดามุอ์มินรักมุอ์มินนั้นเป็นสัญลักษณ์ของบรรดาผู้ศรัทธา
وَالْمُؤْمِنُونَ وَالْمُؤْمِنَاتُ بَعْضُهُمْ أَوْلِيَاءُ بَعْضٍ ۚ...
ความว่า “และบรรดาผู้ศรัทธาชาย และบรรดาผู้ศรัทธาหญิงนั้น บางส่วนของพวกเขาต่างก็เป็นช่วยเหลืออีกบางส่วน” (ส่วนหนึ่งของอายะฮฺที่ 71 ซูเราะฮฺอัตเตาบะฮฺ)
อัลลอฮฺบอกไว้ในอัลกุรอานว่าบรรดามุอ์มินีนทั้งชายและหญิงนั้นมีความเป็นมิตร เป็นพันธมิตร เป็นพี่น้องซึ่งกันและกัน มีความรักซึ่งกันและกัน เคารพซึ่งกันและกัน ซึ่งการรักและเคารพต่อบรรดาผู้ศรัทธาด้วยกันนั้น ผู้ที่มีสิทธิเหนือกว่าบรรดาผู้ศรัทธาทั่วไปก็คือบรรดาศ่อฮาบะฮฺ สาวกของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม อันเนื่องมาจากการที่พวกเขามีบทบาท มีความประเสริฐมากกว่าคนอื่น จนกระทั่งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ให้เกียรติบรรดาศ่อฮาบะฮฺอย่างมากมาก ในหะดีษที่บันทึกโดยอิมามบุคอรี มุสลิม อะห์มัด อันนะสาอี รายงานโดยอนัส อิบนุ มาลิก เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่าท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า
آية الإيمان حب الأنصار، وآية النفاق بغض الأنصار
ความว่า “สัญลักษณ์แห่งอีหม่านคือความรักที่มีต่อชาวอันศอร และสัญลักษณ์แห่งความกลับกลอกคือความโกรธกริ้วที่มีต่อชาวอันศอร”
ในหะดีษบทนี้ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ฟันธงไว้เลยว่าบทบาทหน้าที่ของบรรดาผู้ศรัทธาโดยทั่วไปในการเคารพบรรดาศ่อฮาบะฮฺ สาวกของท่านนบี ศ็อลลัลอลฮุอะลัยฮิวะซัลลัม โดยเฉพาะผู้ที่ท่านนบีได้ยกย่องและให้เกียรติ เช่น บรรดาเคาะลีฟะฮฺทั้งสี่ท่าน อบูบักร์ อัศศิดดีก, อุมัร อิบนุลค็อฏฏอบ, อุษมาน อิบนุ อัฟฟาน, อะลี อิบนุ อบีฏอลิบ และบรรดาศ่อฮาบะฮฺ 10 ท่านที่ได้รับการแจ้งข่าวดีว่าพวกเขาจะเป็นชาวสวรรค์อย่างแน่นอน ซึ่งหะดีษที่บันทึกในมุสนัดอิมามอะห์มัดได้ระบุชื่อทั้ง 10 คนเอาไว้
ถัดมาก็คือบรรดาศ่อฮาบะฮฺที่ได้ช่วยเหลือท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในสงครามบัดร์ หรือที่เรียกว่า “ชาวบัดร์” ประมาณ 300 กว่าท่าน ถัดมาก็คือบรรดาศ่อฮาบะฮฺที่ช่วยเหลือท่านนบีในสงครามอุฮุด ถัดมาก็คือบรรดาศ่อฮาบะฮฺที่ช่วยเหลือท่านนบีในสงครามศุลหุลหุดัยบิยะฮฺ หรือที่เรียกว่าผู้ให้สัตยาบันอัรริฎวานหรือผู้ให้สัตยาบันใต้ต้นไม้ ถัดมาก็คือบรรดาศ่อฮาบะฮฺโดยทั่วไป นั่นคือตำแหน่งของบรรดาศ่อฮาบะฮฺที่มีความประเสริฐที่เราต้องให้เกียรติและยกย่องตามที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ให้เกียรติ
ฉะนั้นการที่เราจะรักบรรดาศ่อฮาบะฮฺ ไม่มีข้อสงสัยหรือข้อคลุมเครือที่จะวิพากษ์วิจารณ์หรือที่จะนำมาวิเคราะห์ใหม่อีกครั้งเกี่ยวกับพวกท่าน หะดีษที่บันทึกโดยอัลบุคอรีและมุสลิมได้ยืนยันถึงเรื่องนี้ว่าการรักต่อชาวอันศอรนั้นเป็นเครื่องหมายแห่งอีหม่านและการโกรธกริ้วชาวอันศอรนั้นเป็นเครื่องหมายของความกลับกลอก นี่คือการชี้ขาดว่าอีหม่านที่มั่นคงหรือความศรัทธาที่มั่นคงของบรรดามุอ์มินีนนั้นต้องตระหนักในการรักศ่อฮาบะฮฺ รักชาวอันศอร
อนัส อิบนุ มาลิก, อุบาดะฮฺ อิบนุศศอมิต, สะอฺด์ อิบนุ มุอาซ, สะอฺด์ อิบนุ อุบาดะฮฺ, ญาบิร อิบนุ อับดิลลาฮฺ, อบูฮุร็อยเราะฮฺ, ฯลฯ ศ่อฮาบะฮฺเหล่านี้คือผู้เป็นชาวอันศอร ชาวมะดีนะฮฺที่มีบทบาท มีบุญคุณต่อประชาชาติอิสลาม พวกเขาคือกลุ่มชนที่ได้นำอิสลามไปเผยแผ่แก่ประชาคมโลก เสียสละเวลา ชีวิต ทรัพย์สมบัติทั้งปวงเพื่อให้อิสลามนั้นถึงประชาคมโลก นั่นคือบุญคุณของบรรดาศ่อฮาบะฮฺ ใครที่ยังเนรคุณ อกตัญญูต่อบทบาทหรือบุญคุณของบรรดาศ่อฮาบะฮฺ ก็จะถือว่าเป็นบุคคลที่ไม่รู้หรือไม่ศึกษาประวัติศาสตร์อัลอิสลามหรือไม่รู้ตำแหน่งของบรรดาศ่อฮาบะฮฺที่มีอยู่ในอัลกุรอานหรือ:6นนะฮฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม อย่างชัดเจน และเป็นสิ่งที่ดีงามสำหรับบรรดาผู้ศรัทธานั้นที่ต้องพยายามศึกษาอัลกุรอานและซุนนะฮฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และประวัติศาสตร์อัลอิสลามเพื่อที่จะได้รู้บทบาทของบรรดาศ่อฮาบะฮฺ สวกของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม
การที่บรรดาศ่อฮาบะฮฺเสียสละชีวิต ทรัพย์สินของพวกเขาเพื่อสนับสนุนกิจกรรมของอัลอิสลาม อบูบักร์ อัศศิดดีก ได้บริจาคทรัพย์สมบัติทั้งหมดเพื่อให้ท่านนบีนำไปใช้ในการญิฮาด ต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺ ในการปกครอง บริหารรัฐอิสลามที่ก่อตั้งในเมืองมะดีนะฮฺ จนกระทั่งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า
ما نفعني مال كما نفعني مال أبي بكر
ความว่า “ไม่มีทรัพย์สินของคนหนึ่งคนใดที่ได้ให้ประโยชน์แก่ฉัน เหมือนกับทรัพย์สินของอบูบักร์”
เป็นการยกย่องว่าอบูบักร์นั้นมีบุญคุณมหาศาลในการช่วยเหลือ สนับสนุนกิจกรรมของอัลอิสลามในขณะที่รัฐอิสลามที่ก่อตั้งในเมืองมะดีนะฮฺยังไม่มีรายได้ที่มั่นคง ผู้ที่อุดหนุน สนับสนุนกิจกรรมของอัลอิสลามก็คือบรรดาศ่อฮาบะฮฺที่มีฐานะดีเช่น อบูบักร์ ซึ่งท่านไม่ได้ตระหนี่และไม่ได้เก็บอะไรสำหรับครอบครัวของตน หรือแม้แต่ของตัวท่านเอง มีครั้งหนึ่งท่านนบีได้เรียกร้องให้บริจาคในหนทางของอัลลอฮฺ แล้วอบูบักร์ อัศศิดดีก ก็นำทรัพย์สินทั้งหมดมาถวายแก่ท่านนบี แล้วท่านนบีก็ถามว่าอบูบักร์ได้เก็บอะไรไว้สำหรับตนเองและครอบครัวบ้าง อบูบักร์ตอบว่าฉันไม่ได้เก็บอะไรไว้สำหรับครอบครัวของฉันนอกจากพวกเขานั้นมีอัลลอฮฺและเราะสูล หมายถึงว่าอบูบักร์และครอบครัวนั้นตระหนักถึงการที่อัลลอฮฺและเราะสูลนั้นจะช่วยเหลือ จะขอดุอาอ์ และเกิดความจำเริญ ความสันติ ความเมตตา ในการช่วยเหลือสนับสนุนกิจกรรมของอัลอิสลาม นั่นคือบทบาทของอบูบักร์ อัศศิดดีก เป็นตัวอย่างในบรรดาศ่อฮาบะฮฺทั้งปวง
เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหลักอีหม่านหลักเชื่อมั่น เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าชาวอะฮฺลุซซุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺที่ยึดมั่นในหนทางของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จะระบุเรื่องเหล่านี้ในบรรดาตำรับตำราที่เกี่ยวกับอะกีดะฮฺหลักศรัทธาว่า “พวกเรารักบรรดาศ่อฮาบะฮฺและจะไม่โกรธกริ้วพวกเขา ไม่เกลียด ไม่ประณามพวกเขา” ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ตำหนิบรรดาบุคคลที่ประณามศ่อฮาบะฮฺหรือไม่ให้เกียรติพวกเขา โดยท่านนบีได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า
ولا تسبوا أحصابي
ความว่า“และพวกเจ้าจงอย่าได้ประณามสาวกของฉัน”
นั่นเป็นคำสั่งที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ฝากไว้อย่างชัดเจน และเป็นอมานะฮฺที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม มอบให้แก่ประชาชาติอัลอิสลาม จึงเป็นเรื่องที่เราจำต้องสำนึกอยู่ตลอดเพื่อเป็นการสร้างอีหม่านที่มั่นคง
วัสสลามุอะลัยกุมวะเราะห์มะตุลลอฮิวะบะเราะกาตุฮฺ
เรียบเรียงจาก สู่อีมานที่มั่นคง ครั้งที่ 71, ชัยคฺริฎอ อะหมัด สมะดี
ผู้เรียบเรียง อบูซัยฟุลลอฮฺ
- Printer-friendly version
- Log in to post comments
- 54 views