พี่น้องผู้ศรัทธาที่เคารพทั้งหลายครับ อัสสลามุอลัยกุมวะเราะห์มะตุลลอฮิวะบะเราะกาตุฮฺ
ในทุกเช้าวันศุกร์เราต้องมีความรู้สึกว่า โอกาสที่อัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงกำหนดให้มีการชุมนุม มีการประชุมใหญ่ในสังคมมุสลิมโดยแสดงพลังในการแสดงความเป็นบ่าวต่ออัลลอฮฺด้วยการปฏิบัติศาสนกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งการละหมาดญุมุอะฮฺ การฟังคุฏบะฮฺ การแสดงเป็นญะมาอะฮฺเดียวกันเป็นเรื่องร่างเดียวกัน เป็นโอกาสดีในทุกสัปดาห์ที่เราต้องกลับมาพิจารณาและนำหลักการศาสนาอัลอิสลามเพื่อทบทวนและดูว่าอีหม่านของเราขณะนี้นั้นอยู่ตรงไหน และเราในขณะนี้ที่เป็นบ่าวของอัลลอฮฺเป็นผู้ศรัทธานั้น เราได้ปฏิบัติหลักศรัทธาได้แค่ไหนและนำเครื่องวัดมาดูอีหม่านของเราทุกสัปดาห์ ที่จริงนั้นต้องทำทุกวันทุกวินาที เราต้องดูว่าอีหม่านของเรานั้นเป็นอย่างไร แต่เป็นโอกาสดีในทุกสัปดาห์เมื่อมีวันศุกร์และเรามีโอกาสพบปะกัน ฟังคุฏบะฮฺฟังการตักเตือนจากอิมาม มีการปราศรัยนำหลักการศาสนาอัลอิสลาม และเรามองถึงสภาพมัสญิดสภาพบรรดาผู้ศรัทธาที่ชุมนุมกันในที่เดียวกัน เป็นเรือนร่างเดียวกันเป็น เป็นญะมาอะฮฺเดียวกัน เป็นสภาพที่ดีงามมาก จะทำให้เรามีจิตสำนึกต่อความเป็นญะมาอะฮฺ
ดังนั้นขณะที่เรากำลังพูดถึงเรื่องการปรึกษาหารือ การที่สังคมต้องมีชูรอ การเลือกตั้งผู้นำ การที่เราต้องสร้างความมั่นคงในสังคม การที่เราต้องนำหลักอีหม่านมาเป็นบรรทัดฐานในการเลือกผู้นำของเรา เราก็มีโอกาสดีที่จะผูกพันระหว่างเรื่องความเป็นญะมาอะฮในวันญุมุอะอฺ (วันศุกร์) และผูกพันเรื่องเหล่านี้กับเรื่องความศรัทธา การที่ทุกคนนั้นมีหน้าที่ปฏิบัติในสังคมในฐานะที่เป็นมุอฺมิน ในฐานะที่เป็นผู้มีความสื่อสัตย์มีอมานะฮฺต่อสังคม พี่น้องครับศาสนาได้ตั้งบรรทัดฐานที่มั่นคงสำหรับมุอฺมินนั้นคือการต้องเชื่อฟังอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม โดยที่ไม่อนุญาตให้มีใครมาละเมิดขอบเขตของการเชื่อฟังอัลลอฮฺและเราะสูลถึงแม้ว่าจะเป็นใครก็ตาม การเชื่อฟังอัลลออฺและเราะสูลนั้นเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในการเป็นผู้ศรัทธา ดังนั้นการที่มีคนหนึ่งคนใดจะมาสั่งหรือบัญชาให้ฝ่าฝืนอัลลอฮฺและเราะสูลนั้น ศาสนาก็บัญญัติไว้อย่างชัดเจนเลยว่าการเชื่อฟังผู้นำหรือผู้ใหญ่หรือผู้มีสิทธิ์สั่งใช้นั้นก็ขึ้นอยู่กับการเชื่อฟังอัลลอฮฺและเราะสูล ตราบใดที่คนหนึ่งคนใดสั่งให้ปฏิบัติในสิ่งที่ฝืนกับหลักการขัดกับหลักการ ศาสนาก็บอกว่าไม่อนุญาตให้เชื่อฟัง ถึงแม้จะเป็นบิดามารดา เป็นผู้นำหรือใครก็ตาม ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า
عَلى المَرْءِ المُسْلِم السَّمْعُ والطَّاعَةُ فِيما أَحَبَّ وكَرِهَ، إِلَّا أَنْ يُؤْمَرَ بِمَعْصِيَةٍ، فَإذا أُمِرَ بِمَعْصِيَةٍ فَلا سَمْعَ وَلا طاعَةَ
ความว่า “เป็นสิทธิหรือเป็นหน้าที่เหนือมุสลิมทุกคนในการเชื่อฟังสิ่งที่ผู้นำที่สั่งใช้ แนะนำหรือบัญชา แม้ว่าเขาจะพอใจหรือไม่พอใจก็ตาม เว้นแต่เขาถูกใช้ให้กระทำการฝ่าฝืนหลักการศาสนา เขาก็ไม่จำเป็นต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตาม”
لا طاعة لمخلوق في معصية الخالق
ความว่า “ไม่มีการเชื่อฟังสิ่งที่ถูกสร้างในการฝ่าฝืนผู้ทรงสร้าง”
หมายถึงไม่อนุญาตให้เชื่อฟังคนหนึ่งคนใด ตราบใดที่การเชื่อฟังคนเหล่านั้นจะทำให้เราฝ่าฝืนอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา นั่นเป็นบรรทัดฐานที่ชัดเจนที่เราต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
เมื่อเรารู้หน้าที่ตรงนี้แล้วนะครับ เราจะเป็นใครก็ตามในสังคม สังคมทั้งหมดต้องมีแนวเดียวกันในการที่จะเชื่อฟังหลักการศาสนา ถวายชีวิตของเรา เวลาของเรา ทรัพย์สมบัติของเราเพื่อแสวงหาความพอใจจากอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา นั่นคือชีวิตของมุสลิม มุสลิมต้องพยายามรู้ทุกวินาทีว่าเขาปฏิบัติศาสนกิจ ทำอิบาดะฮฺ ทำงาน ดำเนินชีวิต แล้วเขาจะได้อะไรจากอัลลอฮฺ? จะได้อะไรจากการที่เสียสละแต่ละสิ่งในชีวิตของเรา เราต้องรู้ว่าผลที่เราจะได้ทั้งในดุนยาและอาคิเราะฮฺ เราจะได้อะไร แต่หากเราปฏิบัติหรือกระทำสิ่งใดก็ตาม โดยไม่มีเป้าหมายหรือเจตนารมณ์ เราก็ย่อมจะไม่ได้ผลบุญเกี่ยวกับการปฏิบัติหรือการกระทำ
ในทำนองที่เราพูดถึงหน้าที่ของมุสลิมต่อผู้นำของเขา ผู้นำไม่สามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้สำเร็จได้หากสังคมไม่ให้ความร่วมมือ ความร่วมมือที่สังคมต้องให้กับผู้นำนั้นก็ขึ้นอยู่กับบรรทัดที่ระบุฐานข้างต้น นั่นคือการเชื่อฟังบนหลักการอัลอิสลาม ทุกคนในสังคมจะเป็นที่ปรึกษาของผู้นำ ทุกคนในสังคมมีหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่ผู้นำ ทุกคนต้องเป็นบุคคลที่ให้ความร่วมมือความช่วยเหลืออย่างสม่ำเสมอกับผู้นำของเขา นั่นคือสิ่งที่อัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา จะถือว่าเป็นความโปรดปรานกับผู้นำ หากว่าเขามีสัปบุรุษที่ให้ความร่วมมือและการสนับสนุนบนบรรทัดฐานของหลักการศาสนาอิสลาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าผู้นำนั้นมีผู้ช่วย มีกรรมการ มีอนุกรรมการ มีบุคคลที่ยอมเสียสละเวลา ความรู้ ประสบการณ์ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้องที่ตรงกับหลักการศาสนา
ตราบใดในสังคมมีสมาชิก มีกรรมการ อนุกรรมการ มีผู้ช่วยที่ทรยศต่อหลักการ ทุจริตหน้าที่การที่จะให้คำปรึกษาอันบริสุทธิ์ ให้นะซีฮะฮฺหรือคำตักเตือนที่ตรงกับหลักกการ หมายถึงว่าไม่ช่วยเหลือผู้นำในการที่จะนำเขาไปสู่หลักการที่ถูกต้อง หากผู้นำต้องการอะไรหรือทำอะไรที่มันผิดหลักการ ผู้ตามก็จะตาม ไม่คัดค้าน ไม่ให้คำปรึกษาที่ถูกต้อง ถ้าผู้นำสั่งให้ผู้ตามปฏิบัติสิ่งที่มันฝืนหลักการศาสนาผู้ตามก็ปฏิบัติโดยไม่นำหลักการมาเป็นบรรทัดฐาน นั่นคือความหายนะที่จะเกิดขึ้นในสังคม
ผู้นำก็เป็นมนุษย์ และมนุษย์ย่อมมีความผิด ซึ่งหากมนุษย์มีความผิดและผู้อื่นไม่ตักเตือนในฐานะที่เป็นพี่น้องร่วมศรัทธานั้น แน่นอนว่าความผิดย่อมจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตราบใดที่ยังไม่มีใครทำหน้าที่นะซีฮะฮฺ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า ผู้นำในทุกสมัยจะมีผู้ช่วยมีที่ปรึกษาสองประเภท คือประเภทที่เลวร้าย และประเภทที่จะให้คำปรึกษาที่ถูกต้อง หากผู้นำเลือกที่ปรึกษาที่เลวร้ายนั้นความหายนะก็จะปรากฏ ผู้นำก็จะประสบความหายนะอย่างแน่นอน
ما من أميرٍ إلَّا وله بطانتانِ مِنْ أهلِهِ ، بطانَةٌ تأمرُهُ بالمعروفِ وتنهاه عن المنكَرِ ، وبطانَةٌ لا تألوه خَبَالًا ، فمن وُقِىَ شرَّها فقدْ وُقِيَ ، وهو من التي تَغْلِبُ عليْهِ منهما
ความว่า “ไม่มีผู้นำคนหนึ่งคนใด เว้นแต่เขาจะมีที่ปรึกษาใกล้ชิดจากครอบครัวของเขา พี่น้องของเขา หรือที่ปรึกษาที่เป็นที่รักของเขา ซึ่งมีสองประเภท ประเภทแรกจะสั่งใช้ให้ทำความดีและจะปราบปรามห้ามกระทำความชั่ว จะให้คำปรึกษาที่ตรงกับหลักการ ที่ปรึกษาประเภทนี้จะมีความสุจริต เขาจะไม่เกรงใจ ไม่กลัวผู้นำ จะให้คำแนะนำที่ตรงกับหลักการที่ถูกต้อง แต่จะมีอีกประเภทหนึ่งคือที่ปรึกษาที่จะให้คำแนะนำที่ทรยศต่อหลักการ ขัดกับหลักการโดยสิ้นเชิง ผู้นำคนใดที่สามารถหลีกเลี่ยงหรือทำให้ตนเองปลอดภัยจากที่ปรึกษาที่เลวร้ายได้ นั่นคือความปลอดภัยที่แท้จริงที่เขาจะได้รับ”
ประเภทของผู้นำนั้นก็จะขึ้นอยู่กับประเภทที่ปรึกษาของเขา เพราะฉะนั้นผู้นำไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม สถาบันใดก็ตาม การที่เขาจะประสบความสำเร็จในฐานที่เป็นผู้ศรัทธาในสังคม หากว่าเขามีผู้ศรัทธาเป็นผู้ช่วยเขา เป็นกรรมการ อนุกรรมการ ที่ปรึกษาหรือจะเป็นใครก็ตามที่ให้คำปรึกษา ให้นะซีฮะฮฺที่ตรงกับหลักการและผู้นำนั้นเชื่อฟัง ให้ความสำคัญในคำปรึกษาของผู้ที่ไม่แสวงหาผลประโยชน์ เพียงแต่ต้องให้การให้ปฏิบัติตามหลักการ หากผู้นำปฏิบัติตามเขาย่อมประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน ตราบใดที่ยังมีผู้นำที่ให้น้ำหนักกับที่ปรึกษาที่ให้คำปรึกษาที่เลวร้าย อันเนื่องจากเป็นพี่น้องกัน เป็นเพื่อนสนิทกันหรือเป็นที่ปรึกษาที่สนิทกันมากกว่าหรือเอื้อประโยชน์ต่อกันมากกว่า ผู้นำประเภทนี้ก็ย่อมจะนำหายนะมาสู่สังคม
ท่านนบีถือว่าการสั่งใช้ให้ทำความดี ปราบปรามความชั่วนั้นเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคมตั้งแต่ผู้นำและสมาชิกในสังคมแม้จะเป็นคนธรรมดาก็ตาม เห็นความชั่วก็ต้องให้คำตักเตือน ไปหาผู้นำเพื่อบอกเขาว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ถูกต้อง สิ่งเหล่านี้ต้องกระทำตามหลักการศาสนา ถ้าหากว่าผู้นำไม่ปฏิบัติตามหลักการศาสนานั้น ทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องไปนะซีฮะฮฺผู้นำ นั่นคือความมั่นคงที่จะเกิดขึ้นในสังคมหากว่าทุกคนปฏิบัติหน้าที่ของเขาในฐานะที่เป็นมุอฺมิน และนั่นเป็นความมั่นคงแห่งอีหม่านที่จะสร้างความมั่นคงแห่งสังคม
วัสสลามุอะลัยกุมวะเราะห์มะตุลลอฮิวะบะเราะกาตุฮฺ
เรียบเรียงจาก สู่อีมานที่มั่นคง ครั้งที่ 65, ชัยคฺริฎอ อะหมัด สมะดี
ผู้เรียบเรียง อบูซัยฟุลลอฮฺ
- Printer-friendly version
- Log in to post comments
- 36 views