พี่น้องผู้ศรัทธาที่เคารพทั้งหลายครับ อัสสลามุอลัยกุมวะเราะห์มะตุลลอฮิวะบะเราะกาตุฮฺ
เราได้พูดถึงหลักเชื่อมั่น หลักศรัทธาในทัศนะของอัลอิสลามต่อความประเสริฐและตำแหน่งของบรรดาศ่อฮาบะฮฺซึ่งได้รับการสรรเสริญจากอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา อย่างชัดเจนในอัลกุรอาน จึงเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าบุคคลที่มีความสำคัญ ความยิ่งใหญ่ในศาสนาและประวัติศาสตร์อัลอิสลามโดยเป็นบุคคลที่มีตำแหน่งในเนื้อหาของบทบัญญัตินั้นก็คือบรรดาศ่อฮาบะฮฺ จนกระทั่งอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงชี้แจงในอัลกุรอานว่าความศรัทธาของบรรดาศ่อฮาบะฮฺนั้นย่อมเป็นมาตรฐานความศรัทธาของผู้อื่น
อัลลอฮฺได้กล่าวในอัลกุรอานว่า
فَإِنْ آمَنُوا بِمِثْلِ مَا آمَنتُم بِهِ فَقَدِ اهْتَدَوا ۖ وَّإِن تَوَلَّوْا فَإِنَّمَا هُمْ فِي شِقَاقٍ
ความว่า “ถ้าหากพวกเขาเหล่านั้น (บรรดาผู้ตั้งภาคีและเนรคุณอัลลอฮฺ) ได้ศรัทธาเช่นที่พวกท่าน (นบีและบรรดาเศาะบะฮฺ) ได้ศรัทธาแล้วไซร้ พวกเขาก็จะอยู่ในทางนำอันเที่ยงธรรม แต่ถ้าหากพวกเขาเหล่านั้นได้หันหลังแก่พวกท่าน (ปฏิเสธการศรัทธาเหมือนพวกท่าน) พวกเขาก็จะอยู่ในความแตกแยก...” (ส่วนหนึ่งของอายะฮฺที่ 137 อัลบะเกาะเราะฮฺ)
แสดงว่าความศรัทธาของนบีและบรรดาศ่อฮาบะฮฺนั้นได้ถูกอัลลอฮฺตั้งไว้เป็นมาตรฐานสำหรับผู้อื่นในการที่จะสำรวจความศรัทธาของเขาว่าตรงกันหรือไม่ เพราะฉะนั้นอีหม่านของบรรดาศ่อฮาบะฮฺได้รับการยกย่องจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และได้รับการสรรเสริญจากบรรดาผู้ที่ได้วิเคราะห์หรือตั้งหลักวิชาการเกี่ยวกับหลักศาสนาโดยทั่วไป ซึ่งบรรดาอุละมาอ์ถือว่าบรรรดาบรรพชนยุคแรกนั้นความศรัทธาของพวกเขาถือเป็นความศรัทธาที่ยอดเยี่ยม เป็นความศรัทธาสูงสุด เป็นอีหม่านที่มีระดับอันประเสริฐที่สุดในประชาชาติอัลอิสลาม
ในประวัติศาสตร์อัลอิสลามเราจะไม่พบบุคคลที่มีความศรัทธาเหมือนท่านอบูบักร์ อัศศิดดีก หรืออุมัร อิบนุลค็อฏฏอบ หรือแม้แต่ศ่อฮาบะฮฺท่านอื่นๆ
ท่านอบูบักร์ได้รับการสรรเสริญจากอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ในฐานะที่เป็นสาวกใกล้ชิดของท่านนบี จนกระทั่งเป็นเพื่อนสนิทของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์อัลอิสลามคือการอพยพจากมักกะฮฺไปยังมะดีนะฮฺ ท่านอบูบักร์ อัศศิดดีก ก็เป็นเพื่อนของท่านนบีในการฮิจญ์เราะฮฺดังที่มีระบุในอัลกุรอาน
ثَانِيَ اثْنَيْنِ إِذْ هُمَا فِي الْغَارِ
ความว่า “...เป็นคนหนึ่งในสองคนที่อยู่ในถ้ำ (อัษเษาร์)...” (ส่วนหนึ่งของอายะฮฺที่ 40 อัตเตาบะฮฺ)
คือถ้ำที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ไปแอบบรรดามุชริกีนที่ติดตามท่านนบีและอบูบักร์ไปเพื่อทำลายท่าน ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินทางอพยพจากมักกะฮฺไปยังมะดีนะฮฺก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ท่านอบูบักร์ อัศศิดดีก ได้เป็นคนหนึ่งจากบรรดาศ่อฮาบะฮฺที่ถูกระบุในอัลกุรอาน นั่นคือเครื่องหมายที่จะบ่งบอกถึงความประเสริฐของบรรดาศ่อฮาบะฮฺ จนกระทั่งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ถือว่าอีหม่านของอบูบักร์นั้นไม่มีใครในประชาชาติอัลอิสลามจะเทียบได้ ไม่มีใครที่จะมีอีหม่านเหมือนท่านอบูบักร์อีก
แม้กระทั่งท่านอุมัร อิบนุลค็อฏฏอบ ที่ท่านนบีได้ยกย่องให้เกียรติอย่างเต็มที่และไม่มีใครจะสามารถเปรียบเทียบอีหม่านของเขากับท่านอุมัรได้ ครั้งหนึ่งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้พูดกับท่านอุมัรว่า
ما لَقِيَكَ الشَّيْطانُ قَطُّ سالِكًا فَجًّا إلَّا سَلَكَ فَجًّا غيرَ فَجِّكَ
ความว่า “เมื่อชัยฏอนได้พบท่านเดินทางอยู่ในที่หนึ่งที่ใด พวกมันจะหลีกเลี่ยงไปเดินบนเส้นทางอื่น” (อัลบุคอรี)
ขณะนี้เราต้องการที่จะทบทวนมาตรฐานของเราในการสำรวจความศรัทธาของเราว่าควรจะเป็นความศรัทธาของใคร นบี, ศ่อฮาบะฮฺหรือจะเป็นความศรัทธาของคนทั่วไป?
ความศรัทธานั้นต้องมีแบบฉบับ มีตัวอย่าง มีมาตรฐาน และเราไม่พบความศรัทธาที่มีคุณภาพและมาตรฐานเหมือนความศรัทธาของบรรดาศ่อฮาบะฮฺ จึงเป็นเรื่องที่บรรดานักปราชญ์ในอัลอิสลามไม่ขัดแย้งกันว่าบรรดาศ่อฮาบะฮฺเป็นบุคคลที่ศาสนาได้ให้เป็นแบบฉบับสำหรับประชาชาติโดยทั่วไปเพราะไม่มีใครใกล้ชิดกับท่านนบี มีความรู้อัลกุรอานและอัลหะดีษของท่านนบีมากไปกว่าบรรดาศ่อฮาบะฮฺ ไม่มีใครที่เสียสละทั้งทรัพย์สมบัติ เวลาและชีวิตของพวกเขาเพื่ออัลอิสลามเหมือนบรรดาศ่อฮาบะฮฺ
ดังนั้นสิ่งที่เราสามารถวิเคราะห์ได้ในการที่บรรดาศ่อฮาบะฮฺจะเป็นมาตรฐานในความศรัทธาของเรานั้น สิ่งที่บรรดาศ่อฮาบะฮฺได้ปฏิบัตินั้นย่อมจะเป็นแบบฉบับสำหรับเรา และนั่นคือคำยืนยันของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม
عليكم بسنتي وسنة الخلفاء الراشدين من بعدي
ความว่า “พวกท่านจงยึดมั่นในซุนนะฮฺของฉันและของบรรดาเคาะลีฟะฮฺ ผู้นำที่จะมาหลังจากฉัน” (อัตติรมิซี)
นี่คือการยืนยันว่าการปฏิบัติของท่านอบูบักร์ อัศศิดดีก, อุมัร อิบนุลค็อฏฏอบ, อุษมาน อิบนุ อัฟฟาน และอะลี อิบนุ อบีฏอลิบ ซึ่งเป็นบรรดาคุละฟาอ์ (ผู้นำสูงสุดในประชาชาติอัลอิสลาม) ที่มาหลังจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ถือว่าเป็นซุนนะฮฺเป็นการปฏิบัติที่ต้องเลียนแบบหรือปฏิบัติตามเช่นเดียวกับซุนนะฮฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม
อุละมาอ์หรือนักปราชญ์ที่มีความเชี่ยวชาญมีความชำนาญในนิติศาสตร์อัลอิสลามได้มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า “ทัศนะของศ่อฮาบะฮฺท่านหนึ่งย่อมเป็นทัศนะที่ประเสริฐกว่าทัศนะของอุละมาอ์ทั่วไป” เพราะหากว่ามีทัศนะของศ่อฮาบะฮฺท่านหนึ่งโดยที่ไม่มีใครเห็นแย้งกับทัศนะของท่านนั้นก็จะถือว่ามันได้กลายเป็นมติเอกฉันท์ของประชาชาติอัลอิสลามที่ต้องปฏิบัติตาม เพราะทัศนะของบรรดาศ่อฮาบะฮฺน่าจะมีน้ำหนัก เนื้อหา ความสำคัญ ความถูกต้องมากกว่าทัศนะของคนอื่น
ดังนั้นหากเราอยากรู้ว่าพฤติกรรมของเราในสิ่งหนึ่งสิ่งใดสอดคล้องกับหลักการศาสนาหรือเปล่า เราก็สามารถกลับไปดูว่าศ่อฮาบะฮฺกระทำสิ่งเหล่านี้หรือไม่? อนุโลมหรือไม่? โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่จะมีหลักฐานจากอัลกุรอานหรือซุนนะฮฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แล้วเราอยากจะรู้ว่าจะปฏิบัติตามอย่างไร ก็ไม่มีหนทางอื่นใดที่จะรู้ได้เว้นแต่ต้องกลับไปยังบรรดาศ่อฮาบะฮฺ ต้องศึกษาว่าพวกเขาเข้าใจอัลกุรอานและซุนนะฮฺของท่านนบีอย่างไร
ในเรื่องต่างๆ ที่เราได้ปฏิบัติในชีวิตของเราและมักจะอ้างว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับศาสนา เกี่ยวกับศาสนกิจ เกี่ยวกับอัลกุรอานหรือซุนนะฮฺ แต่เมื่อตรวจสอบแล้วกลับพบว่าเป็นสิ่งที่บรรดาศ่อฮาบะฮฺไม่เห็นด้วย เป็นเรื่องที่พวกเขาประณามหรือไม่ได้กระทำเช่นนั้น นั่นก็แสดงว่าสิ่งที่เราปฏิบัติโดยอ้างอัลกุรอานหรือซุนนะฮฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เป็นการปฏิบัติที่โมฆะหรือเราเข้าใจกันเองซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ตรงกับบรรดาศ่อฮาบะฮฺที่มีต่ออัลกุรอานหรือซุนนะฮฺของท่านนบี
ตัววอย่างเช่น บางคนอ้างว่าการเฉลิมฉลองวันเกิดของตัวเองนั้นเป็นเรื่องอนุโลมให้กระทำได้ทั้งๆ ที่เป็นประเพณีของชาวตะวันตก ถ้าเรากลับไปดูในหะดีษของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เขาก็จะอ้างว่ามีหะดีษที่ท่านนบีได้ถือศีลอดในวันจันทร์ ท่านจึงถูกถามว่าทำไมจึงถือศีลอดในวันนี้? ท่านก็ตอบว่าฉันเกิดในวันนี้ฉันจึงถือศีลอดในวันนี้ นั่นคือเหตุผลของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในการถือศีลอด แต่คนที่นำหะดีษบทนี้มาวิเคราะห์ ตีความว่าเป็นการอนุญาตให้ฉลองวันเกิด เป็นการตีความที่ผิดประเด็น เพราะการฉลองของท่านนบีนั้นมีแบบฉบับในการถือศีลอดในวันเกิด ฉะนั้นใครจะถือศีลอดในวันเกิดของเขาก็จะเป็นเหตุผลที่พอรับได้ แต่บรรดาศ่อฮาบะฮฺกลับไม่ได้เข้าใจเช่นนั้น พวกเขาไม่ได้เข้าใจว่าท่านนบีอนุโลมให้ทุกคนฉลองในวันเกิดของเขาแม้จะเป็นการถือศีลอดก็ตาม ศ่อฮาบะฮฺไม่ได้เข้าใจเช่นนั้นและไม่ได้ปฏิบัติเช่นนั้นด้วย แต่พวกเขาเข้าใจว่านั่นคือเรื่องคุศูศียะฮฺ การปฏิบัติส่วนตัวของท่านนบี ศ็อลลัลลออุอะลัยฮิวะซัลลัม
วัสสลามุอะลัยกุมวะเราะห์มะตุลลอฮิวะบะเราะกาตุฮฺ
เรียบเรียงจาก สู่อีมานที่มั่นคง ครั้งที่ 71, ชัยคฺริฎอ อะหมัด สมะดี
ผู้เรียบเรียง อบูซัยฟุลลอฮฺ
- Printer-friendly version
- Log in to post comments
- 43 views