عَنْ أَبِي عَمْرٍو – وَقِيْلَ أَبِي عَمْرَةَ – سُفْيَانَ بْنِ عَبْدِ اللهِ رَضِيَ اللهُ عَنْهُ قَالِ : قُلْتُ : يَارَسُولَ اللهِ ، قُلْ لي فِي الإِسْلاَمِ قَولاً لاَ أَسْأَلُ عَنهُ أَحَدًا غَيْرَكَ ، قَالَ : (( قُلْ : آمَنْتُ بِاللهِ ، ثُمَّ اسْـتَقِمْ )) رَوَاهُ مُسْلِمٌ .
หะดีษที่ 21
จากอบูอัมรฺ (บางท่านกล่าวว่า จากอบูอัมเราะฮฺ – ซุฟยาน บินอับดุลลอฮฺ) ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า :
ฉันถามว่า “โอ้ท่านร่อซูล ขอได้กล่าวแก่ฉัน (สอนฉัน) เกี่ยวกับอิสลาม เป็นคำกล่าว (คำสอน) ที่ฉันไม่สามารถถามคนอื่นนอกจากถามท่านเท่านั้น”
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า “จงกล่าวว่า ฉันศรัทธาต่ออัลลอฮฺ แล้วท่านจงปฏิบัติด้วยความเที่ยงตรง”
หะดีษนี้บันทึกโดยมุสลิม
หะดีษนี้บันทึกโดยอิมามมุสลิม แต่ในตำราอื่นมีสำนวนแตกต่างกันเล็กน้อย เช่น
هذا الحديث خرَّجه مسلم من رواية هشام بن عروة ، عن أبيه ، عن سفيان وسفيان : هو ابنُ عبد الله الثقفي الطائفي له صحبة ، وكان عاملاً لعمرَ بنِ الخطَّاب على الطائف .
وقد رُوي عن سفيان بن عبد الله من وجوهٍ أخَرَ بزيادات ، فخرَّجه الإمام أحمد ، والترمذي وابن ماجه من رواية الزهري ، عن محمد بن عبد الرحمان بن ماعز ، وعند الترمذي : عبد الرحمان بن ماعز ، عن سفيان بن عبد الله قال : قلتُ : يا رسولَ الله ، حَدِّثني بأمرٍ أعتصمُ به ، قال : (( قل : ربي الله ، ثم استقم )) ، قلتُ : يا رسول اللهِ ، ما أخوفُ ما تخاف عليَّ ؟ فأخذ بلسان نفسه ، ثم قال
: (( هذا )) ، وقال الترمذي : حسن صحيح .
สำนวนของติรมิซียฺ - ซุฟยานถามท่านนบีว่า "ท่านนบีโปรดพูดคุยกับฉันถึงกิจการที่ทำให้ฉันสามารถผูกพันได้ มีห่วงเชือกที่หนักแน่นกับกิจการนี้ โดยสร้างความมั่นคงแก่ตัวฉันเอง"
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า "จงกล่าวว่า ร็อบบิยัลลอฮฺ (พระผู้อภิบาลของฉันคืออัลลอฮฺ) แล้วจงยืนหยัด"
ซุฟยาน "โอ้ร่อซูลุลลอฮฺ อะไรที่ท่านเป็นห่วงมากต่อฉัน"
ท่านนบีจับลิ้นของท่านและกล่าวว่า "นี่แหละที่เป็นห่วงมาก"
وخرَّجه الإمام أحمد ، والنَّسائي من رواية عبدِ الله بن سفيان الثقفي ، عن أبيه: أنَّ رجلاً قال : يا رسولَ الله ، مُرني بأمرٍ في الإسلام لا أسألُ عنه أحداً بعدَك ،
قال : (( قل : آمنتُ بالله ، ثم استقم )) . قلت : فما أتَّقي ؟ فأومأ إلى لسانه .
ซุฟยานกล่าวว่า มีชายคนหนึ่งมาถามท่านนบีว่า "โอ้ท่านร่อซูลุลลฮ โปรดเลือกกิจการหนึ่งแก่ฉัน..."
ท่านนบี ﷺ "จงกล่าวว่าศรัทธาต่ออัลลอฮฺและจงยืนหยัด".....ให้ระวังลิ้น
قول سفيان بن عبد الله للنبي صلى الله عليه وسلم : " قل لي في الإسلام قولا لا أسأل عنه أحدا بعدك " طلب منه أن يعلمه كلاما جامعا لأمر الإسلام كافيا حتى لا يحتاج بعده إلى غيره ، فقال له النبي صلى الله عليه وسلم : قل آمنت بالله ، ثم استقم وفي الرواية الأخرى : " قل : ربي الله ، ثم استقم " هذا منتزع من قوله عز وجل : إن الذين قالوا ربنا الله ثم استقاموا تتنزل عليهم الملائكة أن لا تخافوا ولا تحزنوا وأبشروا بالجنة التي كنتم توعدون [ فصلت : 30 ] ، وقوله عز وجل : إن الذين قالوا ربنا الله ثم استقاموا فلا خوف عليهم ولا هم يحزنون أولئك أصحاب الجنة خالدين فيها جزاء بما كانوا يعملون [ الأحقاف : 13 - 14 ] .
ซุฟยานขอให้ท่านนบีสรุปอิสลามในเนื้อหาสำคัญซึ่งเขาไม่ต้องไปถามใครอีกแล้ว
ท่านนบีกล่าวว่า "จงกล่าวว่า ฉันศรัทธาต่ออัลลอฮฺ แล้วจงยืนหยัด"
อีกสำนวน " "จงกล่าวว่า ร็อบบิยัลลอฮฺ (พระผู้อภิบาลของฉันคืออัลลอฮฺ) แล้วจงยืนหยัด"
คำพูดของท่านนบีถูกสรุปจากอายะฮฺเหล่านี้
41:30 แท้จริงบรรดาผู้กล่าวว่าอัลลอฮฺคือพระเจ้าของพวกเราแล้วพวกเขาก็ยืนหยัดตามคำกล่าวนั้น มะลากิกะฮฺจะลงมาหาพวกเขา*1* (โดยกล่าวกับพวกเขาว่า) พวกท่านอย่าหวาดกลัวและอย่าเศร้าสลดใจ แต่จงต้อนรับข่าวดี คือสวนสวรรค์ซึ่งพวกเจ้าได้ถูกสัญญาไว้
*1* มะลาอิกะฮฺจะลงมาหาเขาและกล่าวกับเขา (ก่อนหรือหลังเสียชีวิต)
46:13-14 แท้จริงบรรดาผู้ที่กล่าวว่า อัลลอฮฺ คือพระเจ้าของพวกเรา แล้วพวกเขาก็ยืนหยัด(ปฏิบัติ) ตามคำกล่าวนั้น จะไม่มีความหวาดกลัวใดๆ แก่พวกเขา และพวกเขาก็จะไม่เศร้าสลดใจ * ชนเหล่านั้นคือชาวสวนสวรรค์ พวกเขาเป็นผู้พำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล เป็นการตอบแทนที่พวกเขาได้กระทำไว้
وخرج النسائي في " تفسيره " من رواية سهيل بن أبي حزم : حدثنا ثابت ، عن أنس أن النبي صلى الله عليه وسلم قرأ : إن الذين قالوا ربنا الله ثم استقاموا فقال : " قد قالها الناس ، ثم كفروا ، فمن مات عليها فهو من أهل الاستقامة " . وخرجه الترمذي ، ولفظه : فقال : " قد قالها الناس ، ثم كفر أكثرهم ، فمن مات عليها ، فهو ممن استقام " ، وقال : حسن غريب ، وسهيل تكلم فيه من قبل حفظه . [ ص: 508 ]
อันนะซาอียฺบันทึกไว้ว่า ท่านนบีอ่านอายะฮฺนี้ (41:30) และกล่าวว่า "มนุษย์ทั่วไปเขาก็กล่าวกัน (ร็อบบุนัลลอฮฺ-พระเจ้าของฉันคืออัลลอฮฺ) ใครที่เสียชีวิตด้วยคำกล่าวนี้คือกลุ่มชนที่ยืนหยัด" -- มุชริกีนก็กล่าวกัน เขาศรัทธาต่ออัลลอฮฺ แต่ก็มีพระเจ้าอื่นๆด้วย
- มุสลิมเรายืนหยัดในเตาฮีดจริงหรือเปล่า ? บางคนละหมาด ขอดุอาอฺต่ออัลลอฮฺ แต่ผูกอะซีมัต หาโต๊ะวลี หมอดู เพื่อขอความช่วยเหลือ -- บางคนไม่รู้ตัวกำลังทำลายอะกีดะฮฺตัวเองอยู่
- บางคนไม่ได้ยอมรับพระเจ้าอื่นด้วยการสุจูดหรือกราบให้ แต่กลับยอมรับด้วยหัวใจ ด้วยความเชื่อ เชื่อสิ่งอื่นมากกว่าอัลลอฮฺ
وقال أبو بكر الصديق في تفسير ثم استقاموا قال : لم يشركوا بالله شيئا . وعنه قال : لم يلتفتوا إلى إله غيره . .
ท่านอบูบักรอธิบาย "อิสตะกอมู (ยืนหยัด)" ว่า เขาจะไม่ผินหน้าไปยังพระเจ้าอื่นจากอัลลอฮฺ (--- บ้านเรามีชิริกเยอะ จึงต้องระมัดระวังในเรื่องนี้ แต่โลกอาหรับมีสิ่งอื่นคือ รูปปั้นของผู้นำประเทศ เช่น ที่อิรักมีรูปปั้นซัดดัม, ที่อียิปต์มีรูปปั้นโบราณหรือประธานาธิบดี ฯลฯ)
وعنه قال : ثم استقاموا على أن الله ربهم
อบูบักร "เขาได้ยืนหยัดว่าพระเจ้าของเขาคืออัลลอฮฺ" -- รายงานของท่านอบูบักรในการอธิบายกุรอานหะดีษมีน้อยมาก การรายงานหะดีษนี้มีทัศนะของท่านอบูบักร 3 ทัศนะคือ 1-ไม่ตั้งภาคีเลย, 2- ไม่ผินหน้าไปยังพระเจ้าอื่นจากอัลลอฮฺเลย, 3- ยืนหยัดว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺ
- การรักษา "รัศมีของเตาฮีด" -- อิมามมุฮัมมัด อิบนุอับดุลวะฮาบใช้คำนี้ในหนังสือของท่านที่มีชื่อเสียงมาก ซึ่งนำมาจากหะดีษของทานนบี (สิทธิของอัลลอฮฺต่อมนุษย์คือ อิบาดะฮฺต่อพระองค์ โดยไม่ตั้งภาคีต่อพระองค์....) หนังสือนี้มีบาบหนึ่งว่า "ท่านนบีรักษารัศมีของเตาฮีด" (เตาฮีดคือสักการะอัลลอฮฺองค์เดียว, รัศมีคือ สิ่งที่เกรงว่าจะกระทบต่อเตาฮีด ก็ให้ละทิ้ง) -- ตัวอย่าง นบีไม่ให้เชือดสัตว์ตรงสถานที่ที่เคยมีการเชือดให้เจว็ด
- การยืนหยัดในสังคม ต้องมีการต่อสู้ สู้กับคนหรือเรื่องที่จะไม่ให้เรายืนหยัด
- อิบนุฮัซมฺและอิบนุก็อยยิม พูดถึงการฟัตวาของอุละมาอฺ มีกลุ่มที่ฟัตวามากบางกลุ่มก็น้อย กลุ่มที่ฟัตวาน้อยเช่น ท่านอบูบักร อุมัร ฯลฯ -- ตรวจสอบแล้วฟัตวาที่สอดคล้องกับกิตาบุลลอฮฺและซุนนะฮฺมากที่สุดคือฟัตวาของอบูบักรและอุมัร
وعن ابن عباس بإسناد ضعيف قال : هذه أرخص آية في كتاب الله قالوا ربنا الله ثم استقاموا على شهادة أن لا إله إلا الله . وروي نحوه عن أنس ومجاهد والأسود بن هلال ، وزيد بن أسلم ، والسدي وعكرمة وغيرهم . وروي عن عمر بن الخطاب أنه قرأ هذه الآية على المنبر إن الذين قالوا ربنا الله ثم استقاموا ، فقال : لم يروغوا روغان الثعلب .
อิบนุอับบาส (ฎ่ออีฟนิดนึง) "อายะฮฺนี้ (41:30) ถูกต้องที่สุดในอัลกุรอาน" -- คือยืนหยัดบนชะฮาดะฮฺ
1.10 ท่านนบีกล่าวว่า "ชัยฏอนจะมายังพวกเจ้า....
- Printer-friendly version
- Log in to post comments
- 133 views